ความจริงเกี่ยวกับอาหารแปรรูป

อาหารแปรรูปคืออะไร

ก่อนอื่นเราต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถหลีกเลี่ยงอาหารแปรรูปในชีวิตประจำวันได้จริง ๆ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้าย อาหารแปรรูปเป็นอาหารที่ถูกทำให้เปลี่ยนไปจากสภาพธรรมชาติเดิมด้วยวิธีการต่างๆ ซึ่งนั่นก็รวมถึงการล้าง, การถูกบรรจุกระป๋อง, การแช่แข็ง, การเติมส่วนผสมเพิ่มเติมลงไป, การอบ,การปรุงอาหารหรือการเตรียมอาหาร นั่นก็ถือเป็นการแปรรูปด้วย

ประโยชน์ของการถนอมอาหารการบรรจุกระป๋องหรือการแช่แข็งผลไม้และผักบางชนิดสามารถช่วยให้พวกมันสดอยู่ได้นาน นมและชีสพาสเจอร์ไรส์ก็จะช่วยยืดอายุการเก็บรักษา เช่นเดียวกันกับการบรรจุสูญญากาศสามารถป้องกันไม่ให้เนื้อสัตว์นั้นเน่าเสียการล้างผักให้สะอาดและเก็บใส่ถุง อย่างเช่น ผักกาดหอม หรือ ผักขม จะทำให้ง่ายต่อการเตรียมและทาน ผลไม้กระป๋องที่แช่ในน้ำหรือน้ำผลไม้ของตัวมันเองก็จะทำมันยังสดและคงคุณค่าของสารอาหารไว้ได้อย่างครบถ้วน การเพิ่มส่วนผสมเพิ่มเข้าไป เช่น ไฟเบอร์, แคลเซียม และวิตามินดี ก็จะทำให้มีประโยชน์มากขึ้นสำหรับคุณ อาหารแปรรูปอื่น ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ นอกเหนือจากผักและผลไม้แล้ว อาหารแปรรูปอื่น ๆ ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของอาหารเพื่อสุขภาพได้ ได้แก่ ปลาทูน่าและปลาแซลมอนในกระป๋องหรือถุงพร้อมรับประทาน โยเกิร์ต ชีส และถั่วคั่ว

อาหารแปรรูปอย่างหนักคืออะไร?

อาหารที่ผ่านการแปรรูปอย่างหนักก็คือ อาหารที่มีส่วนผสมที่ไม่ดีต่อสุขภาพเพื่อทำให้อาหารมีหน้าตาน่าดึงดูดหรือทำให้อยู่ได้นานขึ้น ส่วนผสมเหล่านั้น ได้แก่ เกลือ น้ำตาล สีผสมอาหาร ผงชูรส และสารกันบูด งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบว่าอาหารที่ผ่านการแปรรูปเป็นพิเศษนั้นมีปริมาณแคลอรี่มากถึงประมาณ 60% ในอาหารอเมริกัน อาหารแปรรูปที่เลวร้ายที่สุดที่พร้อมรับประทานได้เลยและมีสารอาหารต่ำ ได้แก่ คุกกี้ เครื่องดื่มมีน้ำตาล เนื้อสำเร็จรูป พิซซ่าแช่แข็ง ขนมพวกมันฝรั่งทอด และซีเรียลอาหารเช้า ส่วนใหญ่อาหารเหล่านี้อาจมีรสชาติที่ดี แต่พวกมันเต็มไปด้วยส่วนผสมเพิ่มเติมต่างๆที่ไม่ดีสำหรับคุณ

สิ่งที่ต้องระวัง: โซเดียม (เกลือ)

โซเดียมมักถูกใช้เพื่อทำให้อาหารสด แม้ว่าคุณจะระมัดระวังเกี่ยวกับการเติมมันลงในอาหารของคุณเพราะมันอาจจะมีอยู่แล้วในกระบวนการแปรรูป ชาวอเมริกันได้รับเกลือเกือบ 70% จากที่พวกเขากินอาหารแปรรูปรวมถึงอาหารในร้านอาหารด้วย

วิธีการเชคโซเดียม

คุณสามารถควบคุมปริมาณโซเดียมที่คุณได้รับโดยเพียงแค่อ่านฉลาก มองหาที่ไม่มีโซเดียมหรือโซเดียมน้อย อะไรก็ตามที่มีมากกว่า 600 มิลลิกรัมต่อขนาดเสิร์ฟ 100 กรัม ถือว่าสูง ในขณะที่ 300 มิลลิกรัมหรือน้อยกว่านั้นถือว่าต่ำ และอย่าลืมว่าโซเดียมยังสามารถใช้ชื่ออื่นเรียกได้อีก เช่น โมโนโซเดียมกลูตาเมต หรือ ไดโซเดียมฟอสเฟต

สิ่งที่ต้องระวัง: น้ำตาล

เช่นเดียวกับเกลือจะมีการเติมน้ำตาลระหว่างการแปรรูป เพื่อทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น มันมีอยู่แล้วในอาหารที่คุณก็รู้ เช่น ซีเรียล และ ขนมอบ แต่มันอาจอยู่ในซอสพาสต้าด้วยก็ได้ โดยเกือบ 90% ของน้ำตาล ที่เพิ่มในอาหารของชาวอเมริกันนั้น ล้วนมาจากอาหารแปรรูปสูง

วิธีการเชคน้ำตาล

เช่นเดียวกับเกลือคุณสามารถควบคุมปริมาณน้ำตาลที่คุณได้จากการอ่านฉลาก สำหรับอาหาร 2,000 แคลอรี่ (อาหารสำหรับผู้ใหญ่ทั่วไป) คุณควรตั้งเป้าหมายว่าควรใส่น้ำตาลเพิ่มน้อยกว่า 48 กรัมในแต่ละวัน อย่าลืมตรวจสอบส่วนผสมด้วย

สิ่งที่ต้องระวัง: ทรานส์ไขมัน

พบในอาหารแปรรูป เช่น ขนมอบเค็ม และ มาการีน ไขมันทรานส์อาจส่งผลต่อคอเลสเตอรอลและนำไปสู่การอักเสบที่เชื่อมโยงกับโรคหัวใจโรคหลอดเลือดสมองและอาการอื่น ๆ

เมื่ออ่านฉลาก: มากกว่า 5 กรัมต่อขนาดเสิร์ฟ 100 กรัม ถือว่าสูง และแม้ว่าฉลากของผลิตภัณฑ์จะระบุว่ามีไขมันทรานส์ 0 กรัม แต่มันก็สามารถมีได้ถึง 0.5 กรัม

การทำอาหารเองที่บ้าน

การเตรียมอาหารเองจะช่วยให้คุณสามารถตัดสินใจเลือกส่วนผสมและปริมาณของอาหารเหล่านั้นได้ แต่ถ้าหากคุณไม่มีเวลาหรือทักษะจริงๆ อาหารแช่แข็งก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลวร้ายเสมอไป เพราะบริษัทอาหารแปรรูปบางแห่งก็ได้เลือกใช้ส่วนผสมที่ดีมากกว่าส่วนผสมที่จะทำลายสุขภาพ

 

Credit: www.webmd.com

 

 

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *